ความระคายเคืองจุดซ่อนเร้นที่พบบ่อย 5 อาการ

ผู้หญิงทุกคนต้องเคยผ่านประสบการณ์ของการมีอาการระคายเคืองและไม่สบายตัวบริเวณจุดซ่อนเร้นกันมาแล้วในช่วงหนึ่งของชีวิต ความรู้สึกไม่สบายตัวนี้อาจเป็นเพียงอาการเล็กน้อยที่สร้างความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ไปจนถึงอาการรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบไปถึงคุณภาพชีวิตและการมีเพศสัมพันธ์ก็ได้เช่นกัน ความไม่สบายตัวบริเวณจุดซ่อนเร้น 5 อาการที่พบได้บ่อยที่สุดนั้นก็คือ อาการคัน แสบร้อน ภาวะช่องคลอดแห้ง ตกขาว บางครั้งก็อาจมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย และอาการระคายเคืองหรือเจ็บระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์ สาเหตุของอาการเหล่านี้บางทีก็ระบุได้ยาก และแน่นอนว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่คุณผู้หญิงจะต้องไปพบแพทย์หากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือมากกว่านั้น

อาการคันบริเวณจุดซ่อนเร้น

อาการคันนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การติดเชื้อจากรา(ยีสต์) แบคทีเรีย หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากการแพ้หรือระคายเคืองจากสารบางชนิด เช่น น้ำหอม สบู่ หรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น สาเหตุที่เป็นไปได้อื่น ๆ ได้แก่ การสวมใส่เสื้อผ้าจากใยสังเคราะห์ การกำจัดขน การเสียดสีเนื่องจากการออกกำลังกาย หรือภาวะช่องคลอดแห้ง โดยหากเป็นอาการคันเนื่องจากการติดเชื้อส่วนใหญ่จะมีตกขาวที่มีลักษณะเฉพาะร่วมด้วย ส่วนอาการคันที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อมักจะมีอาการบวมแดงบริเวณเยื่อบุช่องคลอดและปากช่องคลอด โดยที่ไม่ได้มีตกขาวผิดปกติ เพื่อทดสอบหาที่มาที่แท้จริงของอาการระคายเคืองนี้ ควรเริ่มด้วยการงดใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับจุดซ่อนเร้นที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ เช่น สบู่หรือน้ำหอม แผ่นอนามัย ผ้าอนามัย หรือกระดาษชำระที่มีกลิ่นหอม งดการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มกับชุดชั้นใน หยุดการถอนหรือโกนขนสักระยะ และเลือกกางเกงที่ทำจากผ้าฝ้ายหรือวัสดุธรรมชาติอื่นที่จะช่วยให้เกิดการระบายได้ดี หากอาการคันยังคงไม่หายไป ควรเข้าพบแพทย์ทันที

อาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณจุดซ่อนเร้น

อาการปวดแสบปวดร้อนนั้นมักเป็นอาการที่เกิดขึ้นตามหลังจากอาการระคายเคืองบริเวณผิวของจุดซ่อนเร้น เนื่องจากมีการเกาบริเวณที่คัน หรือมีการติดเชื้อบริเวณช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ อาการแสบร้อนอาจเริ่มจากเล็กน้อยและสะสมอยู่เป็นสัปดาห์จนรู้สึกแสบชัดเจน หรือรู้สึกแสบร้อนขึ้นมาทันที หากมีอาการควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางทันทีเพื่อค้นประวัติการเข้ารับการรักษาและตรวจช่องคลอดอย่างละเอียด จากนั้นจึงให้การรักษาที่เหมาะสม หากพบการติดเชื้อ ส่วนใหญ่ก็มักจะรักษาด้วยการให้ยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา โดยจะกินเวลาประมาณ 2 วัน จึงจะเห็นผล ในระหว่างนี้อาจใช้ผลิตภัณฑ์จำพวกเจลหรือสเปรย์ให้ความเย็นสดชื่นเพื่อช่วยลดอาการคันหรือแสบร้อนลง โดยสามารถหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ร้านขายยาทั่วไป


"ความไม่สบายตัวบริเวณจุดซ่อนเร้น 5 อาการที่พบได้บ่อยที่สุดนั้น ก็คือ อาการคัน แสบร้อน ภาวะช่องคลอดแห้ง ตกขาว บางครั้งก็อาจมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย และอาการระคายเคืองหรือเจ็บระหว่างหรือหลังมีเพศสัมพันธ์"


อาการช่องคลอดแห้ง

อาการช่องคลอดแห้งมักมีความเกี่ยวข้องกับภาวะหมดประจำเดือน แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้หญิงในทุกช่วงอายุสามารถเกิดภาวะช่องคลอดแห้งได้เช่นกัน อาการที่เกิดขึ้นตามมาคืออาการคัน ปวดแสบปวดร้อน ความรู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ และปวดบริเวณจุดซ้อนเร้น แม้ว่าอาการที่กล่าวไปข้างต้นอาจคล้ายกับความระคายเคืองบริเวณจุดซ่อนเร้นอื่น ๆ แต่สำหรับอาการช่องคลอดแห้งนี้จะไม่มีตกขาวเกิดขึ้น และนี่เองเป็นจุดที่บ่งบอกความแตกต่างสำคัญ การรักษานั้นแตกต่างออกไปแล้วแต่สาเหตุ อาจเป็นการใช้ฮอร์โมนหรือไม่ใช้ก็ได้ และอาจจะเป็นยาทาหรือยารับประทาน มอยเจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นบริเวณจุดซ่อนเร้นโดยปราศจากฮอร์โมนนั้นให้ผลที่รวดเร็วและออกฤทธิ์รักษาต่อเนื่อง 2-3 วัน ในขณะที่เจลหล่อลื่นนั้นให้ผลทันทีในกรณีมีเพศสัมพันธ์แล้วรู้สึกเจ็บปวดเท่านั้น

ตกขาวหรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ร่วมด้วย

ตกขาวเป็นของเหลวภายในช่องคลอดที่ร่างกายสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่จะปรับสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในช่องคลอด ช่วยหล่อลื่นเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และปกป้องเยื้อบุบริเวณช่องคลอด ลักษณะตกขาวนี้จะเปลี่ยนไปเมื่อถึงช่วงรอบเดือนและในช่วงอายุต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เมื่อตกขาวผิดปกติ เช่น มีสีขาวขุ่นข้น จับเป็นก้อน หรือมีสีเทา เหลว หรือมีกลิ่นคาวปลาด้วย นั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเกิดการติดเชื้อขึ้นแล้ว (เป็นไปได้ทั้งการติดเชื้อจากแบคทีเรียหรือยีสต์) อีกนัยหนึ่ง ตกขาวผิดปกตินี้อาจเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือการป่วยอื่น ๆ ดังนั้นหากพบตกขาวผิดสังเกตไปจากเดิม ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางให้เร็วที่สุด

อาการระคายเคืองและเจ็บขณะหรือหลังการมีเพศสัมพันธ์

ในภาวะที่ทุกอย่างเป็นปกติ การมีเพศสัมพันธ์จะไม่สร้างอาการเจ็บปวดใด ๆ อาการระคายเคืองและเจ็บทั้งระหว่างและหลังการมีเพศสัมพันธ์นั้นอาจมีสาเหตุหลากหลาย แต่สาเหตุที่พบได้บ่อยมากที่สุดคือ ภาวะช่องคลอดแห้ง มีการติดเชื้อ หรืออาการแพ้ แต่ในบางกรณีความเจ็บปวดนั้นก็อาจมีสาเหตุมาจากปัญหาที่รุนแรงกว่านั้น เช่น ความบอบช้ำ (เช่น หลังจากคลอดบุตร) การกระทบกระเทือนทางจิตใจหรือแม้กระทั่งมะเร็ง หากมีอาการเจ็บใด ๆ บริเวณจุดซ่อนเร้น จำเป็นที่จะต้องไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาต่อไป