ภาวะช่องคลอดอักเสบจากการติดเชื้อรา(ยีสต์)ในระหว่างมีประจำเดือน

ยีสต์เป็นสิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในกลุ่มของรา และยีสต์บางชนิดสามารถพบได้ในช่องคลอด อย่างไรก็ตาม เมื่อรายีสต์เริ่มเติบโตอย่างควบคุมไม่ได้ เรามักจะเรียกเหตุการณ์นี้ว่าการติดเชื้อ อาการต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายตัวล้วนแต่จะตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อมาในช่วงที่ประจำเดือนมา ขณะมีอาการปวดท้องประจำเดือน หรือความหงุดหงิดฉุนเฉียว ที่โถมเข้ามารวมกันในเวลานั้น ก็อาจจะส่งผลกระทบที่ทำให้เราแทบทนไม่ไหวเลยทีเดียว มาเรียนรู้เกี่ยวกับอาการช่องคลอดติดเชื้อรา(ยีสต์) และสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือหากติดเชื้อในช่วงมีประจำเดือน

คุณผู้หญิงส่วนมากมักเคยมีประสบการณ์การติดเชื้อรา(ยีสต์)ในช่องคลอดอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต ทั้งนี้เนื่องจากเชื้อประจำถิ่นในช่องคลอดนั้นมีความละเอียดอ่อนมาก และถูกทำลายสมดุลได้โดยง่าย ส่งผลให้ยีสต์สามารถเจริญเติบโตได้มากผิดปกติ ปัจจัยดังต่อไปนี้ คือปัจจัยที่สามารถส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลในช่องคลอดจนมีอาการติดเชื้อรา(ยีสต์)ได้:

  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ระหว่างช่วงรอบเดือน
  • การใช้ยาปฏิชีวนะ
  • การตั้งครรภ์ความเครียด
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ภาวะช่องคลอดติดเชื้อรา(ยีสต์)นั้นมักพบได้ในช่วงที่ประจำเดือนกำลังจะมา ระหว่างที่ประจำเดือนมา หรือ 2-3 วันให้หลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในรอบเดือน ก่อนที่ประจำเดือนจะมา ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดต่ำลง เนื่องจากว่าประจำเดือนนั้นมีฤทธิ์เป็นด่าง อย่างไรก็ตาม เมื่อหมดช่วงประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนย่อมกลับไปสู่ภาวะปกติ ทำให้เชื้อประจำถิ่นสามารถฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิมได้

อาการที่มักมาพร้อมกับการติดเชื้อรา(ยีสต์)ในช่องคลอด ได้แก่:

  • อาการคันในบริเวณช่องคลอดที่สามารถเกิดได้ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงมาก
  • ตกขาว เป็นสีขาว ลักษณะคล้ายคอทเทจชีส และมักจะไม่มีกลิ่น
  • อาการระคายเคือง และแดง
  • อาการเจ็บขณะปัสสาวะ
  • อาการบวม และเจ็บสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีที่คุณเกาบริเวณจุดซ่อนเร้น
  • ความแสบ
เราจะป้องกันอาการติดเชื้อรา(ยีสต์)ระหว่างมีประจำเดือนได้อย่างไร?

เป็นการยากที่จะระบุสาเหตุที่แน่ชัดของการติดเชื้อ รา(ยีสต์)ในช่องคลอด ดังนั้น อาการของโรคนี้จึงหาวิธีป้องกันได้ค่อนข้างยาก

คุณผู้หญิงบางคนได้ผลพลอยได้จากการดูแลสุขอนามัยจุดซ่อนเร้นที่ดี ทำให้ช่องคลอดอยู่ในสภาวะที่แข็งแรงและสมดุล ซึ่งนั่นรวมไปถึงการใช้ผ้าอนามัย และแผ่นอนามัยที่ไม่มีน้ำหอม ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นที่อ่อนโยน ไม่มีสารเคมีที่ส่งผลให้จุดซ่อนเร้นระคายเคือง โดยควรที่จะต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก ๆ 3-4 ชั่วโมง และถ้าคุณรู้สึกว่ามีโอกาสที่จะติดเชื้อจากรา(ยีสต์)แล้วนั้น ให้หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยแบบสอด เพราะผ้าอนามัยแบบสอดนั้นดูดซับประจำเดือนเอาไว้ และสัมผัสกับช่องคลอดโดยตรง ส่งผลให้รา(ยีสต์)มีโอกาสที่จะเจริญเติบโตได้ในสภาวะที่เป็นด่างมากขึ้นจากประจำเดือน

พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียชนิดดี และปกป้องเชื้อประจำถิ่นจากการบุกรุกของยีสต์ หลีกเลี่ยงการใส่กางเกงชั้นในที่ผลิตจากผ้าใยสังเคราะห์ ผ้ารัดรูป โดยเฉพาะก่อนและช่วงหลังจากการหมดประจำเดือน เนื่องจากเนื้อผ้าในลักษณะดังกล่าวส่งเสริมการเจริญเติบโตของรา(ยีสต์) และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อได้


"ภาวะช่องคลอดติดเชื้อรา(ยีสต์)นั้นมักพบได้ในช่วงที่ประจำเดือนกำลังจะมา ระหว่างที่ประจำเดือนมา หรือ 2-3 วันให้หลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาในรอบเดือน"